"แอนนี่ บรู๊ค" เผยชีวิตติดลบ จากดาราพลิกผันเป็น "นักร้องนั่งดริ้งก์" สู้สุดชีวิตหาเงินเลี้ยงลูกชาย!

"แอนนี่ บรู๊ค" เผยชีวิตติดลบ จากดาราพลิกผันเป็น "นักร้องนั่งดริ้งก์" สู้สุดชีวิตหาเงินเลี้ยงลูกชาย!
Sponsored Ad

        อดีตนักแสดงสาวลูกครึ่ง แอนนี่ บรู๊ค ควงลูกชายสุดหล่อ น้องฑีฆายุ มาเปิดใจถึงชีวิตช่วงที่ผ่านมา หลังหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง ผ่านรายการดังอย่าง "แฉ" ทางช่อง GMM25 

Sponsored Ad

        โดยเธอเล่าว่า ปีนี้เธอเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยได้ 4 เดือน มาก่อนปีใหม่แป๊ปเดียว ส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปเอเชียทั้งหมด ไปร้องเพลง ส่วนงานในวงการก็ติดลบ ไม่มีมาตั้งแต่เป็นข่าวดังช่วงนั้น 

        จากที่อาทิตย์หนึ่งมีงานทุกวัน ก็ไม่มีงานเลย ทำให้จากที่เป็นดาราดัง ต้องกลับไปเริ่มนับศูนย์ใหม่ ด้วยการร้องเพลง เป็นใครก็ไม่รู้ ที่ไม่มีใครรู้จักเรา ต้องไปร้องโจ๊กแบบสนุกๆ เพราะว่าเสียงตัวเองก็ไม่ดี แต่ก็ต้องทำ เพราะว่ามันไม่มีอะไรให้ทำแล้ว 

Sponsored Ad

        โดยเธอเผยว่า ต้องไปเป็นนักร้องแลกดริ๊งก์ ร้องเพลงเสร็จก็จะต้องมานั่งกับแขก เพื่อที่จะหาเงินค่าดริ๊งก์ แต่บางที่เราต้องย้ายร้านไปเรื่อยๆ เพราะว่าตำรวจจำหน้าได้

        เมื่อพิธีกรถามว่า ต้องทำใจอย่างไร จากที่เคยเป็นดาราดัง แต่ปัจจุบันกลับต้องไปร้องเพลงเพื่อแลกดริ๊งก์ ซึ่งเธอเผยว่า ไม่ใช่แค่ต้องทำใจ แต่ต้องทำ ถ้าตัวเธอเองคนเดียว ไม่ซีเรียสเลย กินมาม่าทุกวันก็ได้ แต่เรามีลูก เรียนหนังสือก็อยากให้เขาได้ดีอยู่แล้ว และสาเหตุที่ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ก็เพราะว่า เราอยากให้ลูกเรียนในโรงเรียนที่หัวเขาสามารถไปได้ แล้วสมองเขาก็ไปได้จริงๆ ซึ่งค่าเทอมปีนึงก็ประมาณ 2 แสน ยังไม่รวมค่ากิน ค่าหนังสือ ตอนนี้ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ป.2 ทำงานเป็นนักร้องแลกดริ๊งก์มาตั้งแต่น้อง 3 ขวบ ก็เกือบ 5 ปี ตอนที่ตัดสินจะไปทำงานนี้ ก็บอกกับลูกตรงๆ ว่าแม่ไปร้องเพลงนะ แต่ก็จะมีส่งรูปให้ลูกดูตลอด อัพเดทตลอด คุยกันทุกวัน ทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า ได้เงินมาก็มาหมดกับค่าเทอม เพราะเงินที่ได้มันก็ไม่ได้เยอะ เดือนนึงมันไม่ได้หลายแสนอย่างที่คิด เพราะว่าเราไม่ได้มีคนเลี้ยงนะ อย่างบางวันแย่ที่สุดเลยเนี่ย ได้ติ๊บแค่ 10 ดอลล่าสิงค์โปร หรือ 250 บาท

Sponsored Ad

        นอกจากนี้ เธอยังเผยด้วยว่า เธอไม่อายที่ต้องมาเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ เพราะว่าทำมาหากิน อดตาย หรือลูกไม่มีจะกิน แบบนั้นควรจะอายมากกว่าอีก พวกงอมืองอเท้า แล้วแบมือขอเงินคนอื่น ควรอายกว่าอีก เราทำแบบนี้ เราไม่ได้แบบไปเร่ขายบริการ ไม่ได้ไปขายตัวให้ใคร พอ 5 ปีผ่านไป ก็พอเก็บเงินได้บ้าง เธอต้องประหยัดมาก เพราะลูกใช้เงินปีนึงแสนสองแสน แม่เธออีก แล้วครอบครัวเธออีก ตัวเธอแทบจะไม่ซื้อหรือใช้อะไรเลย ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ทุกอย่างคือให้คนรอบตัว แต่ก็มีเก็บเงินไว้บางส่วน เพราะร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว และเหนื่อยที่ต้องมาเฟคกับลูกค้าทุกวัน

        ถามว่าเคยท้อมั้ย ล่าสุด อุตส่าห์เก็บตังค์ได้ก้อนหนึ่ง ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก แล้วเพิ่งทำวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา แล้วก็ลงทุนไปตั้งเยอะ แล้วมันมีข่าวไม่ดีออกมา ซึ่งจริงๆของเรามันไม่ได้อยู่ในรายชื่อนั้น แต่ผลกระทบ แทบจะหยุดการขายไปเลย ตอนนี้หยุดทำอาชีพนักร้องแลกดริ๊งก์แล้ว และไม่อยากกลับไปทำมันอีก แต่พอมันมีเศรษฐกิจแบบนี้ขึ้นมา ก็เครียด และคิดว่าจะทำอย่างไรดี

Sponsored Ad

        ทีนี้ก็คุยกับเพื่อนๆว่า อยากมีร้านอาหารเล็กๆสักร้านหนึ่ง ขายพวกกาแฟ ขนม มีอาหาร ตอนช่วงเช้า พอช่วงเย็นก็จะมีขายเบียร์นอก มีพวกคราพเบียร์ขาย แถวลาดพร้าว 71 ตอนนี้กำลังทำอยู่ ถามว่าท้อมั้ย ก็ท้อนะ แต่ยังตายไม่ได้ เพราะลูกยังไม่โต ส่วนเรื่องหัวใจ เธอบอกว่ามีคนมาชอบ แต่ก็เป็นเด็กทั้งนั้น ไม่มีผู้ใหญ่ เราอยากได้ผู้ใหญ่มาดูแล เป็นผู้นำให้เรา แต่มันไม่มี งานในวงการบันเทิง ตอนนี้ก็มีซิทคอมอยู่ ก็เริ่มมีกำลังใจ แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันจะนานแค่ไหน เพราะว่าเราไม่ได้เล่นนานแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร เราก็ยังสู้อยู่

ชมคลิป..

(นาทีที่ 18:00 น. เป็นต้นไป)

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก รายการแฉ, newworldss